“ลุงตู่” อารมณ์ดี นั่งรถทะเบียนสวย ให้กำลังใจชาวอุบลฯ ไม่พลาดโปรยคำหวาน

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 9 ก.ย.62 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก หมายเลข 1048 จากจุดจอดเฮลิคอปเตอร์สวนสาธารณะพญาแถน จ.ยโสธร มาลงที่จุดจอดเฮลิคอปเตอร์โรงเรียนบ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี โดยเมื่อเฮลิคอปเตอร์บินผ่านจุดอพยพที่ประชาชนมาคอยต้อนรับ
ขณะที่ นายกฯ ได้โบกมือทักทายประชาชนจากบนเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะลงจอดที่โรงเรียนบ้านกอก ห่างศูนย์พักพิงชั่วคราวและอพยพราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วม บ้านกอก ถ.แจ้งสนิท ทางหลวงหมายเลข 23 ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ประมาณ 500 เมตร และเดินทางโดยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน กข 2002 อุบลราชธานี
ทั้งนี้ เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยมี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานีคอยต้อนรับ และรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยอำเภอเขื่องในได้รับผลกระทบจากลำน้ำชี และลำน้ำเซบายเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ปัจจุบันได้รับผลกระทบ 18 ตำบล 183 หมู่บ้าน 24,567 ครัวเรือน ประชาชน 103,449 ราย ถนน 21 สาย ถูกตัดขาด

ทางด้าน พลเอกประยุทธ์ เผยว่า วันนี้มาเพื่อเยี่ยมปลอบขวัญเพราะเป็นห่วงท่าน สถาบันพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ก็มีความห่วงใยพวกท่าน ตนจึงมาติดตามความช่วยเหลือของส่วนราชการที่ให้ความช่วนเหลือเบื้องต้น และเตรียมการเยียวยาให้ตรงจุด จากการลงมาดูพื้นที่เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้มแข็ง และรัฐบาลต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจังหวัดอุบลราชธานีเป็น 1 ใน 32 จังหวัดของประเทศ
สำหรับวันนี้ ตนมาเพื่อรับผิดชอบ มาเพื่อให้ข้าราชการ นักการเมืองทุกคน ช่วยกัน พร้อมทิ้งท้ายมีใครอยากฟังอะไรมั้ย หรืออยากฟังนายกฯ ร้องเพลง แต่วันนี้พูดมากแล้วลมเต็มท้อง พร้อมแซว นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่าให้ลดน้ำหนักนิดนึง ถ้าน้ำมาละเดียวก็ไปตามน้ำ
“เราต้องเข้มแข็งนะ ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีในระยะเวลาอันสั้น ขอถามประชาชนที่มาต้อนรับว่า อุบลรักนายกฯมั้ย ไม่รักก็ไม่เป็นไร อย่างไรฉันก็รักเธอ รักชาวอุบลนะ” นายกฯ กล่าว.

หลายจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ ถึงแม้ฝนจะหยุดตกบ้างแล้ว แต่น้ำยังท่วมสูง โดยเฉพาะตามลุ่มน้ำต่างๆ ขณะที่หน่วยงานราชการและภาคเอกชนลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและร่วมบริจาคสิ่งของซับน้ำตาผู้ประสบภัย
“บิ๊กตู่” ยกคณะดูน้ำยโสธร-อุบลฯ
ต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เดินทางด้วยเครื่องบินแอมแบร์ บ.ท.135 จากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี โดยถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี เวลา 13.10 น. จากนั้นนายกฯ พร้อมคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่สวน สาธารณะพญาแถน ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร ก่อนเดินทางด้วยรถทรานฟอร์เมอร์ของกระทรวงมหาดไทยทะเบียน 7 กบ 5125 กรุงเทพมหานคร ไปตรวจสภาพน้ำท่วมริมแม่น้ำชีและแม่น้ำยังที่ไหลมาบรรจบกันที่บ้านแจ้งน้อย ที่ ต.ค้อเหนือ อ.เมืองยโสธร
เผยในหลวง-ราชินีทรงห่วงใย
จากนั้นคณะของ พล.อ.ประยุทธ์ไปเยี่ยม ผู้ประสบอุทกภัยและเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงที่อพยพหนีน้ำมาอยู่ในศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยวัด กลางศรีไตรภูมิ อ.เมืองยโสธร พร้อมให้กำลังใจหน่วยแพทย์ โดยมีนายนิกร สุกใส ผวจ.ยโสธร และหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ นายกฯกล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับกว่า 200 คน ว่า นำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อให้ทุกคนสบายใจว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งทุกคน สิ่งแรกคือ อยากนำความห่วงใยของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ฝากมากับรัฐบาลผ่านโครงการต่างๆของทุกพระองค์มาถึงประชาชน
เล็งหามาตรการช่วยเพิ่มตาม ก.ม.
นายกฯกล่าวว่า วันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 32 จังหวัด รัฐบาลต้องดูแลคนทุกจังหวัดไม่ได้ทำให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เราเคยเจอเหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 มาแล้ว วันนี้ต้องมีกำลังใจ ทุกคนย่อมได้รับความเดือดร้อนแน่นอน เพราะฝนตกมากกว่าปกติ การทำนาจะไปบังคับใครไม่ได้ แต่หากทำแบบเดิมต่อไปจะมีปัญหาแบบเดิมและเสียงบฯ ขอบางส่วนลองทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อให้มีน้ำเพียงพอ การเยียวยายืนยันรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือตามกฎหมาย รวมถึงค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 23 คน และขอแสดงความเสียใจ เชื่อว่าสามารถช่วยเหลือได้มากกว่านี้ โดยให้ไปหามาตรการที่เหมาะสมตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่อย่างที่ใครพูดว่าจะให้ได้เลยเพราะผิดกฎหมาย ต้องนำเข้าที่ประชุม ครม. วันนี้ต้องการมาดูด้วยตาตัวเองว่าเป็นไปตามสิ่งที่รายงานขึ้นไปหรือไม่ และขอให้ทุกคนซื่อสัตย์ต่อกันในการไปสำรวจว่าได้รับความเสียหายอย่างไร ทุกคนจะได้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะเงินจะไม่พอไปช่วยพื้นที่อื่น
กำชับ สธ.ดูแลไข้หวัด–น้ำกัดเท้า
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ฝากสาธารณสุขดูแลโรคน้ำกัดเท้าและสัตว์มีพิษ รวมถึงไข้หวัดด้วย ห่วงพวกเราทุกวันทุกคืน อยู่ กทม.ตนไม่ได้สบาย ก่อนหน้านี้ฝนไม่ตกก็ต้องสวดมนต์ให้ฝนตก วันนี้ต้องสวดมนต์ให้ฝนหยุดตกอีกแล้ว ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการพูดคุยกับชาวบ้าน นายกฯ พยายามพูดด้วยภาษาอีสาน แต่ไม่ค่อยมีเสียงตอบรับ นายกฯจึงพูดว่า “ตกลงฉันพูดอีสานไม่รู้เรื่องหรอจ๊ะ ขอโทษที่เกิดโคราชแต่ย้ายไปนานแล้ว” จากนั้น นายกฯ กราบนมัสการพระครูใบฎีกาชินาธิปสุรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดกลางศรีไตรภูมิ โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระพุทธรูปอุปคุตปางจกบาตรให้แก่นายกฯ ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปราย ทั้งนี้ คณะของนายกฯ ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจน้ำท่วมต่อที่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
สร้างความเข้าใจพื้นที่ทำแก้มลิง
ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ยโสธร ของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตรวจเช็กสถานการณ์น้ำทางอากาศประกอบแผนที่ และเห็นความเสียหายส่วนใหญ่จากน้ำล้นตลิ่งไหลท่วมเป็นวงกว้าง พื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นของประชาชน นายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานในท้องถิ่นทำความเข้าใจกับประชาชน และหามาตรการช่วยเหลือทดแทน หากต้องใช้เป็นพื้นที่แก้มลิงอย่างที่เคยทำใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.พิษณุโลก ยังสั่งการให้เพิ่มการขุดลอกลุ่มน้ำสาขา ทำพนังกันน้ำประตูน้ำเพิ่ม ซึ่งต้องใช้เวลาและงบฯ สูงมาก แต่จะต้องทยอยทำไปเรื่อยๆ หลังจากน้ำลด ขอให้ทางกระทรวงคมนาคม เร่งซ่อมเส้นทางเพื่อใช้งานชั่วคราวให้ได้ก่อนการซ่อมถาวร ซึ่งต้องรอให้ดินแห้งและน้ำลด
มท.1 ยันมีงบฯเพียงพอดูแล ปชช.
ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในพื้นที่เริ่มทรงตัว การระบายน้ำต้องให้สอดคล้องสถานการณ์ ปีนี้ถือว่าน้ำยังน้อยประชาชน จ.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่เพราะไม่สามารถพักในบ้านได้นั้น ได้ดูแลเรื่องที่พัก อาหาร โดยจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และบริการน้ำดื่ม ส่วนการสัญจรที่ยังเป็นปัญหาหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้จัดรถและเรือมาบริการ และซ่อมสร้างถนนที่ชำรุดให้ใช้ได้เฉพาะหน้าไปก่อน ส่วนการเยียวยาหลังน้ำลดต้องสำรวจความเสียหายให้ชัดเจน ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง ขณะที่นายกฯ อยากให้พิจารณาหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเพิ่มเติม ส่วนนี้กระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้ดำเนินการ แต่คาดว่ามาตรการช่วยเหลือที่กระทรวงเกษตรฯจะเสนอใหม่คงไม่ทันเสนอ ครม.สัปดาห์นี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องงบฯ เพราะนอกจากงบฯ ของแต่ละหน่วยงานแล้วยังสามารถใช้งบฯฉุกเฉินได้ โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
บินต่อไปเยี่ยมพี่น้องชาวเขื่องใน
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายกฯพร้อมคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปลงที่ลานจอดโรงเรียนบ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยมีผู้ประสบภัยย้ายมาพักอยู่ในศูนย์อพยพชั่วคราวบ้านกอก ถนนแจ้งสนิท ต.บ้านกอก ห่างจากโรงเรียนประมาณ 500 เมตร จากนั้นนายกฯนั่งรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน กข 2002 อุบลราชธานี ไปเยี่ยมประชาชนและมอบถุงยังชีพ 2,000 ชุด พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมจากนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.อุบลราชธานี สำหรับอำเภอเขื่องในได้รับผลกระทบจากลำน้ำชี และลำน้ำเซบายเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ปัจจุบันได้รับผลกระทบ 18 ตำบล 183 หมู่บ้าน 24,567 ครัวเรือน ประชาชน 103,449 ราย ถนน 21 สายถูกตัดขาด
แม่น้ำมูลวิกฤติ–น้ำขึ้นอีก 44 ซม.
ขณะที่สถานการณ์แม่น้ำมูลที่ไหลผ่านตัวเมืองอุบลราชธานีและ อ.วารินชำราบ เพิ่มขึ้นจากวันที่ 9 ก.ย. อีก 44 ซม. เช้านี้อยู่ที่ 10.09 เมตร ปริมาณน้ำ 3,945 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใกล้เคียงเมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2545 หรือเมื่อ 17 ปีก่อน น้ำเริ่มไหลท่วมถนนสถิตย์นิมานกาล ถนนสายหลักเชื่อมระหว่างฝั่งเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองวารินชำราบ น้ำสูงประมาณ 5-10 ซม. ส่วนบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำมูลทั้งสะพานเสรีประชาธิปไตย และสะพาน 200 รัตนโกสินทร์ การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากน้ำเอ่อท่วมพื้นผิวถนนฝั่งละ 2 เลน เหลือวิ่งได้แค่เลนเดียว ส่วนย่าน ร้านค้าธุรกิจสำคัญ เช่น ร้านวัสดุก่อสร้างดูโฮมมีน้ำไหลท่วมทางเข้าแล้ว เช่นเดียวกับโรงแรมอุบลบุรีรีสอร์ท และมูลนิธิธรรมสถานถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร
ท่วมศูนย์ฯต้องอพยพหนีรอบ 2
ส่วนชุมชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูลเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบกว่า 10 ชุมชนที่อพยพไปอาศัยอยู่ในศูนย์อพยพข้างสหกรณ์วารินชำราบ และสำนักงานที่ดินวารินชำราบต้องรีบเก็บข้าวของหนีน้ำอีกรอบทั้งที่เพิ่งเข้ามาอาศัยได้แค่ 3 วันหลังน้ำเอ่อท่วมที่พักจนอยู่ไม่ได้ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองวารินชำราบได้จัดพื้นที่ให้อยู่บนถนนสถานีตั้งแต่สามแยกองศาไปจนถึงทางเข้าสถานีรถไฟวารินชำราบให้เป็นศูนย์อพยพชั่วคราวแห่งใหม่ ส่วนชุมชนใน เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี 2 ชุมชนที่อพยพอยู่สองฝั่งถนนสถิตย์นิมานกาลก็ต้องย้ายไปอาศัยอยู่บนที่สูงอีกครั้ง นายกิตติศักดิ์ ศรีมนตรี อายุ 26 ปี ชาวชุมชนหาดสวนสุข เขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ เผยว่า น้ำท่วมปีนี้หนักมาก ชาวบ้านตั้งรับไม่ทันเพราะไม่กี่สัปดาห์ก่อนยังแล้งอยู่เลย ตอนนี้น้ำท่วมมิดหลังคาบ้าน แถมยังต้องย้ายศูนย์อพยพหนีน้ำถึง 2 ครั้ง
น้ำล้อมสวนสัตว์–จ่อศาลากลาง
ด้านสวนสัตว์อุบลราชธานีถูกน้ำในลำห้วยแจระแมเอ่อล้อมรอบพื้นที่สวนสัตว์และไหลท่วมถนนทางเข้ากับบ้านพักของเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่ท่วมในส่วนของการแสดงและที่อยู่ของสัตว์ สวนสัตว์ยังเปิดให้บริการตามปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนรองรับ หากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นถึงจุดวิกฤติก็จะขนย้ายสัตว์ที่อยู่ในรอบนอกไปอยู่ด้านใน อีกทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าขณะนี้น้ำจะโอบล้อมสวนสัตว์ แต่เชื่อว่าจะท่วมไม่ถึงในสวนสัตว์แน่นอน เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่บนที่สูง ขณะเดียวกันน้ำจากลำห้วยแจระแมยังจ่อเข้าท่วมด้านหลังศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ถนนแจ้งสนิท และศาลปกครองอุบลราชธานีอีกด้วย
